6 วิธีรับมือ ปัญหาสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่คอยกวนใจคุณ

หลายคนคงเคยมี ปัญหาสัตว์เลี้ยงในบ้าน กันใช่ไหมครับ
เจ้าตัววุ่นเหล่านี้สร้างเรื่องให้คุณปวดหัวใช่หรือไม่วันนี้มีวิธีรับมือกับสัตว์เลี้ยงของคุณมาบอกต่อกันครับ

หากได้รับเจ้าตัวแสบขนปุยทั้งหลายมาอยู่ร่วมชายคาแล้ว ก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ ปัญหาสัตว์เลี้ยงในบ้าน ต่าง ๆ ในบ้านที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะโดยธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงที่มีทั้งเรื่องกลิ่น ขน คราบ และความซุกซนที่อาจนำมาซึ่งเรื่องปวดหัวได้ตลอดเวลา โดยจะมีเรื่องไหนบ้างที่ต้องจัดการสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงนั้น ไปดูกันเลย

1. คราบปัสสาวะสุนัขและแมวที่ผนังบ้าน

บางครั้งน้องหมาของเราก็อาจเผลอคิดว่าผนังหรือมุมบ้านเป็นห้องน้ำไปซะอย่างนั้น งานหนักเลยตกมาอยู่กับเจ้าของที่ต้องจัดการกับคราบและกลิ่นที่ถูกทิ้งไว้ ซึ่งก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ถ้าหากเจอกับปัญหานี้ให้ใช้น้ำส้มสายชูและเบคกิ้งโซดาที่ผสมกันแล้วเรียบร้อยฉีดพ่นลงไปบนผนังที่มีคราบ ตามด้วยการโรยเบคกิ้งโซดาทับอีกชั้นและหาผ้าขนหนูที่ไม่ใช้แล้วมาวางซับทิ้งไว้สัก 1 คืน รอให้น้ำส้มสายชูและเบคกิ้งโซดาดูดซับคราบออกมาจึงค่อยล้างทำความสะอาดอีกครั้ง

 

2.จัดการพรมและโซฟาที่มีคราบปัสสาวะสุนัขและแมว

นอกจากผนังแล้วก็จะมีพรมหรือโซฟาผ้านี่แหละค่ะ ที่น้องหมาน้องแมวอาจมาฉี่ใส่และเหลือความปวดหัวไว้ให้เราต้องทำความสะอาด ถ้าหากเจอร่องรอยในขณะที่ยังใหม่ ๆ อยู่ก็ให้รีบหาผ้าหรือกระดาษทิชชู่มาซับโดยด่วน จากนั้นจึงใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่ามาฉีดพรมและโรยเบคกิ้งโซดาทับลงไปตามสูตร อาจทิ้งไว้สัก 10 นาทีและเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำ หรือจะปล่อยไว้ให้แห้งและใช้เครื่องดูดฝุ่นจัดการก็ได้

3. กำจัดขนสัตว์เลี้ยงที่เฟอร์นิเจอร์และของใช้

การเลี้ยงสัตว์ไว้ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นน้องหมาหรือน้องแมว สิ่งที่ถูกทิ้งไว้ในทุกซอกทุกมุมของบ้านก็คือขนสัตว์นั่นเองค่ะ ซึ่งการทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดวิธีหนึ่งก็คือการใช้เครื่องดูดฝุ่นจัดการกับขนสัตว์ที่ร่วงอยู่ทั่วไป แต่หากเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือข้าวของที่ต้องดูแลอย่างทะนุถนอม ก็สามารถใช้วัสดุที่ทำจากยาง เช่น ถุงมือยาง ม็อบถูพื้นหรือไม้กวาดซิลิโคนมาเป็นอุปกรณ์ในการทำความสะอาดแบบเฉพาะหน้าก่อนได้

4. ป้องกันเฟอร์นิเจอร์จากการข่วนของน้องแมว

โดยธรรมชาติของเจ้าเหมียวนั้นมักจะชอบฝนเล็บหรือลับเล็บอยู่เสมอ แต่หากเจ้าเหมียวเกิดถูกใจโซฟาตัวโปรดหรือเลือกเฟอร์นิเจอร์ในบ้านเป็นที่ฝนเล็บขึ้นมา ความเสียหายก็คงจะตามมาไม่น้อยแน่นอน การแก้ปัญหาโดยการอุปกรณ์มาป้องกันนั้นเป็นการแก้ปัญหาในขั้นต้น แต่นอกจากนี้ก็ยังสามารถใช้สมุนไพรจำพวกตะไคร้ ใบมะกรูด หรือสเปรย์ที่เป็นกลิ่นสมุนไพรพ่นตรงที่เจ้าเหมียวชอบข่วน กลิ่นฉุนของสมุนไพรจะทำให้เจ้าเหมียวไม่อยากเข้าใกล้เฟอร์นิเจอร์ของเรา แต่ถึงอย่างไรก็อย่าลืมแก้ที่ต้นเหตุด้วยการจัดหาอุปกรณ์ฝนเล็บอย่างเหมาะสมให้เจ้าตัวเล็กด้วยนะครับ

 

5. กลิ่นไม่พึงประสงค์จากกระบะทรายและพื้นกรง

นอกจากการล้างทำความสะอาดกระบะทรายแมวและถาดรองกรงสุนัขโดยวิธีปกติทั่วไปหรือใช้สเปยร์ปรับอากาศช่วยแล้ว ก็ยังสามารถใช้วิธีง่าย ๆ เพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์แบบไม่ต้องพึ่งเคมีได้ด้วยการผสมน้ำส้มสายชูและน้ำเปล่าอย่างละครึ่งมาขัดล้างที่พื้นกรงหรือกระบะทราย หลังจากเช็ดให้แห้งก็ตามด้วยการใช้เบคกิ้งโซดาโรยลงไปให้ทั่วและทิ้งไว้สักพักค่ะ แต่หากรู้สึกว่ากลิ่นยังไม่หายไปเสียทีเดียวก็ต้องพึ่งน้ำยาสูตร DIY ที่ใช้น้ำยาล้างจานและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ผสมกันในอัตราส่วน 1:4 มาฉีดทับลงไปบนเบคกิ้งโซดาที่โรยไว้และขัดอีกรอบครับ

6. การทำความสะอาดของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง

ไม่ว่าจะเป็นของใช้ ของเล่นหรือชามอาหาร ก็อาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ โดยเฉพาะชามอาหารที่ต้องเจอทั้งน้ำลายและกลิ่นคาวจากอาหาร ซึ่งการล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดแบบเฉพาะเพื่อกำจัดคราบและสิ่งสกปรกให้ถูกสุขอนามัยนั้นเป็นสิ่งควรทำอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว แต่หากต้องการตัวช่วยเรื่องกำจัดกลิ่นก็แค่นำของใช้ที่ล้างทำความสะอาดแล้วไปแช่ในน้ำส้มสายชูประมาณ 20 นาที ให้กลิ่นจางลง และอย่าลืมล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งนะครับ